มาลุ้นไก่ จะแย่งแชมป์กับเชลซี

มานั่งลุ้นกันเกร็งแบบเยี่ยวเหนียวกนต่อ สำหรับศึก พรี เมียร์ลีก อังกฤษ โดยมีทีม ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม

ฮ็อทสเปอร์ จะต้องพบกับ เบิร์นลี่ย์ ส่วนคู่ระหว่าง สเปอร์ กับ เบิร์นลีย์ เกมที่ ไวท์ฮาร์ทเลน จะต้องยิงชนะขาดลอยถึง 3 ประตูต่อ 0 จึงจะกิน handicap นะครับ

แต่ดูจากผลงานในวันที่เจอกับฮัลล์ซิตี้ เอาชนะไป 3 ประตูต่อ 0 ซึ่ง ไก่เดือยทอง น่าจะได้ถึงครึ่งโลกโอกาสในการจบสกอร์ ค่อนข้างมาก

เกมนี้ทำให้มองไปที่ เบิร์นลีย์ ดูเหมือนที่จะทำใจยากเพราะว่า นอกบ้าน เบิร์นลี่ย์ เล่นไม่ดีเจอ ไก่เดือยทอง ที่ไวท์ฮาร์ทเลน เกมนี้มีแต่นั่งรอดูว่า สเปอร์ส เจ้าบ้านจะยิงประตูเมื่อไหร่และยิงเท่าไหร่ก็เท่านั้นเอง

สถิตินอกบ้านของ เบิร์นลี่ย์ ทีมเยือนซีซั่นนี้ 7 นัดยังไม่ชนะใครเลยเป็นอะไรที่ย่ำแย่มาก เป็นการเสมอกันถึง 1 ครั้งแพ้ 6 ที่สำคัญจริงได้ถึงแค่ประตูเดียวจาก 6 เกม

ซึ่งเป็นเรื่องอะไรที่ยังแย่มากสำหรับสถานการณ์ของทีมในตอนนี้และโดนยิงไปถึง 16 ประตูแบบนี้มีโอกาสตกชั้นได้เลย ถ้ายังคงรักษาฟอร์มแบบนี้

ทางด้านของมิดฟิลด์ตัวสำคัญอย่าง คริสเตียน อีริคเซน กลับมามีความมั่นใจมากขึ้นในหน้าที่พบกับ ฮัลล์ซิตี้ เขาทำประตูได้แต่กองหน้าชาวอังกฤษ อย่างแฮรืรี่ เคน ไม่ได้ทำประตูในนัดที่เจอกับ ฮัลล์ซิตี้ อาจจะต้องมาระเบิดฟอร์มในนัดนี้หรือเปล่าเราก็ต้องมาดูกันว่าเขาจะทำได้หรือไม่

สิ่งที่เด่นมากของ ไก่เดือยทอง ในชุดของ โปเช็ตติโน่ คือการเติมขึ้นมาของแบ็คขวาทีมชาติอังกฤษอย่างไคลน์ วอคเกอร์ และ แดนนี่ โรส

อย่างเกมที่เอาชนะ ฮัลล์ซิตี้ ได้ 3-0 เป็นการเปิดบอลของ แดนนี่ โรส และ ไคลน์ วอคเกอร์ ดังนั้นเราคาดหมายได้เลยว่าโอกาสที่ สเปอร์ส จะชนะเกมนี้ มีอย่างแน่นอนอย่างน้อยต้องมี 2 ถึง 3 เอากันอย่างนั้นเลยผมมั่นใจว่ามันมีโอกาสเกิดขึ้นได้

ไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ส เป็นอีกหนึ่งทีมที่กำลังแย่ง ชิงแชมป์กับ สิงโตน้ำเงิน เชลซี จ่าฝูงที่ครองอันดับไว้อย่างเหนียวแน่นโดนผลงานของ อันโตนิโอ คอนเต้ ยังคงพาลูกทีมทะยานขึ้นไปอย่างไม่มีหยุดยั้งชนะติดต่อเนื่องกันอย่างอันตรายและน่ากลัวอาจจะเป็นการโชว์เทปม้วนเดียวขึ้นนำครั้งเดียวแล้วก็จบคว้าแชมป์อย่างสวยงามสำหรับการคุมทีมครั้งแรกของ อันโตนิโอ คอนเต้ ในศึก พรีเมียร์ ลีก อังกฤษ

แต่ มาร์คิซิโอ โปเช็ตติโน่ น่าจะไม่ปล่อยให้ เชลซี คว้าแชมป์ได้อย่างง่ายดายเขาจะเป็น 1 ทีมที่ต่อกลอนและแย่งชิงแชมป์ในฤดูกาลนี้ก็ต้องดูกันว่าในอีกระยะยาวใครกันแน่ที่จะเป็นที่หนึ่งในฤดูกาล 2016/17